Design a site like this with WordPress.com
เริ่มได้

ประโยชน์ของ แครอท ที่สามารถกินได้ทั้งส่วนของหัว เป็นที่นิยมมานำอาหารได้หลายรูปแบบ ซึ่งได้มีการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆได้เป็นอย่างดี

แครอท เป็นพืชในตระกูลผักชีที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีสีสันมากมายอีกทั้งส้ม แดง เหลือง ขาว แล้วก็ม่วง สามารถกินได้อีกทั้งส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินและก็ใบ แต่ว่าส่วนหัวจะได้รับความนิยมประยุกต์ใช้กินเป็นของกินได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งแบบดิบ คั้นน้ำ ผ่านการปรุงสุก หรือใช้ปรุงเป็นของหวาน รวมทั้งบางทีอาจใช้เป็นยาก็ได้เหมือนกัน

แครอทเป็นพืชที่ขึ้นชื่อว่าอุดมไปด้วยวิตามินและก็สารอาหารต่างๆที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยยิ่งไปกว่านั้นเบต้าแคโรทีน พบได้ทั่วไปในพืช ผัก ผลไม้ แล้วก็เมล็ดพืชต่างๆธรรมดาแล้วร่างกายมนุษย์สามารถแปลงเบต้าแคโรทีนให้ไปเป็นวิตามินเอได้ แล้วก็บางทีอาจปฏิบัติภารกิจเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) การกินแครอทมั่นใจว่าอาจมีส่วนช่วยสำหรับการรักษาโรคโรคมะเร็ง เบาหวาน โรคไฟโบรมัยอัลเจีย รวมทั้งการขาดวิตามินเอ วิตามินซี รวมทั้งสังกะสี นอกเหนือจากนั้นแครอทยังประกอบไปด้วยกากใยอาหารที่มั่นใจว่ามีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวพันกับกระเพาะและก็ลำไส้เล็ก แล้วก็ยังช่วยกระตุ้นลักษณะการทำงานของระบบขับถ่ายอีกด้วย แต่ว่าสิ่งที่ใช้ในการพิสูจน์หรือหลักฐานทางด้านการแพทย์มีมากมายน้อยแค่ไหนที่จะสามารถช่วยรับรองคุณประโยชน์ คุณประโยชน์ แล้วก็ความปลอดภัยของการกินแครอทที่มีหน้าที่หรือส่วนช่วยสำหรับเพื่อการรักษาโรคกลุ่มนี้

การรักษาด้วยแครอทที่อาจได้ผล
โรคขาดวิตามินเอ โดยธรรมดาแล้วเมื่อกินแครอทเข้าไปร่างกายจะสามารถเปลี่ยนแปลงเบต้าแคโรทีนให้เป็นวิตามินเอ ซึ่งมีการค้นคว้าวิจัยบางงานเกี่ยวกับการกินแยมแครอท 1 ช้อนแต่ละวัน ตลอดตรงเวลา 10 อาทิตย์ พบว่าสามารถช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของเด็กที่เป็นโรคขาดวิตามินเอ และก็ยังมีการค้นคว้าวิจัยอื่นๆเกี่ยวกับการกินแครอทขูดในจำนวน 100 กรัมทุกวัน สม่ำเสมอเป็นเวลา 60 วันโดยการทำการเรียนทดสอบกับคนที่กำลังตั้งท้อง พบว่าระดับวิตามินเอเพิ่มสูงมากขึ้นในคนที่กำลังมีท้องบางบุคคลที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการขาดวิตามินเอ

การดูแลรักษาด้วยแครอทที่เป็นได้ แต่ว่ายังมีหลักฐานเกื้อหนุนน้อยเกินไป
โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มีการเรียนทดสอบเกี่ยวกับพลาสมาแล้วก็ของกินที่มีส่วนประกอบของแคโรทีนอยด์รวมทั้งการเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่าระดับพลาสม่าแคโรทีนอยด์สูงอาจจะก่อให้เสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้น้อย ซึ่งจากงานวิจัยชิ้นนี้ได้ชี้แนะว่าการทานอาหารที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนบางทีอาจปฏิบัติหน้าที่ช่วยคุ้มครองการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายวัยชายหนุ่มได้ แต่ว่าเพราะหลักฐานยังไม่พอที่จะสรุปถึงคุณลักษณะดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นของแครอทได้ ก็เลยยังจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมถัดไป

เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและก็ลดการเกิดขบวนการออกซิเดชันของไขมัน ไขมันรวมทั้งโรคอ้วนเป็นต้นสายปลายเหตุหนึ่งที่เพิ่มการเสี่ยงให้กำเนิดโรคต่างๆดังเช่น โรคเส้นโลหิตแล้วก็หัวใจ กรุ๊ปอาการเมตาบอลิก แล้วก็เบาหวาน ซึ่งมีการเรียนรู้ชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับคุณภาพของน้ำแครอทโดยให้กลุ่มของตัวอย่างผู้ชายปริมาณ 8 คนและก็ผู้หญิงปริมาณ 9 คนบริโภคน้ำแครอทคั้นสดในจำนวน 16 ออนซ์ทุกวี่ทุกวันตรงเวลา 3 เดือนแล้วก็เก็บเนื้อเก็บตัวอย่างเลือดทั้งยังก่อนและก็ข้างหลังการทดสอบ พบว่าการบริโภคน้ำแครอทเพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับในการต่อต้านอนุมูลอิสระของพลาสม่าอย่างเป็นจริงเป็นจัง แม้กระนั้นเนื่องมาจากกลุ่มของตัวอย่างมีปริมาณน้อยรวมทั้งหลักฐานยังน้อยเกินไปที่จะสรุปถึงคุณลักษณะดังที่กล่าวมาข้างต้นของแครอทได้ ก็เลยยังจำเป็นที่จะต้องศึกษาเล่าเรียนเสริมเติมถัดไป

ท้องร่วง นอกเหนือจากแครอทจะอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนแล้ว ยังอุดมไปด้วยกากใยอาหาร ซึ่งอาจมีส่วนช่วยทำให้ปรุงปัญหาที่เกี่ยวกับกระเพาะและก็ลำไส้เล็ก รวมทั้งอาการท้องเดิน ซึ่งจากงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับการให้เด็กแรกเกิดแล้วก็เด็กตัวเล็กๆที่มีลักษณะท้องร่วงอย่างฉับพลัน อายุระหว่าง 3-48 เดือนที่มีภาวการณ์ขาดน้ำไม่สูงถึงระดับปานกลางจากอาการท้องร่วง กินสารละลายเกลือแร่ที่มีส่วนผสมของแครอทรวมทั้งข้าว พบว่ากลุ่มของตัวอย่างอึรวมทั้งมีช่วงเวลาที่เกิดอาการท้องเดินต่ำลงอย่างเป็นจริงเป็นจัง แม้กระนั้นเพราะเหตุว่าหลักฐานยังน้อยเกินไปที่จะสรุปถึงคุณลักษณะดังที่ได้กล่าวมาแล้วของแครอทได้ ก็เลยยังควรต้องศึกษาเล่าเรียนเสริมเติมถัดไป

โรคไฟโบรมัยอัลเจีย คนไข้จะมีลักษณะอาการตึง ปวดเมื่อย หรือปวดกล้ามแบบเรื้อรัง นอนไม่หลับ เจ็บท้อง แน่นท้อง อ้วก ไส้ปรวนแปร ปวดไมเกรน เครียด ตื่นตระหนก มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ สมาธิน้อยลง ฯลฯ ซึ่งมีงานศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการกินอาหารมังสวิรัติร่วมกับกินน้ำแครอท 2-4 แก้ว ตรงเวลา 7 เดือน พบว่าผู้เจ็บป่วยโรคไฟโบรมัยอัลเจียบางบุคคลมีลักษณะอาการที่ดียิ่งขึ้น แต่ว่าเนื่องด้วยหลักฐานยังไม่พอที่จะสรุปถึงคุณลักษณะดังกล่าวข้างต้นของแครอทได้ ก็เลยยังต้องเรียนรู้เพิ่มอีกถัดไป

โรคแล้วก็อาการอื่นๆเป็นต้นว่า โรคมะเร็ง เบาหวาน โรคขาดวิตามินซี โรคขาดสังกะสี ท้องผูก หรือบำรุงสายตา ซึ่งยังจำเป็นจะต้องทำการวิจัยศึกษาค้นคว้าเสริมเติมเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับสมรรถนะแล้วก็ความปลอดภัยของแครอทสำหรับการรักษาโรค

คุณประโยชน์ทางโภชนาการของแครอทดิบ ต่อ 100 กรัม
น้ำ 88.29 กรัม
พลังงาน 41 กิโลแคลอรี่
โปรตีน 0.93 กรัม
ไขมัน 0.24 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 9.58 กรัม
เส้นใย 2.8 กรัม
น้ำตาล 4.74 กรัม
แคลเซียม 33 มก.
เหล็ก 0.30 มก.
แมงกานีส 13 มก.
ฟอสฟอรัส 35 มก.
โพแทสเซียม 320 มก.
โซเดียม 69 มก.
สังกะสี 0.24 มก.
วิตามินซี 5.9 มก.
วิตามินบี 1 0.066 มก.
วิตามินบี 2 0.058 มก.
วิตามินบี 3 0.983 มก.
วิตามินบี 6 0.138 มก.
โฟเลต 19 ไมโครกรัม
วิตามินเอ 16706 หน่วยสากล
วิตามินอี 0.66 มก.
วิตามินเค 13.2 ไมโครกรัม

ความปลอดภัยสำหรับในการกินแครอท
แครอทสามารถใช้กิน คั้นน้ำ หรือนำไปเข้าครัวได้โดยค่อนข้างจะมีความปลอดภัย แม้กระนั้นแม้กินในจำนวนมากเหลือเกินบางทีอาจเป็นต้นเหตุทำให้ผิวเหลือง ฟันเสื่อม หรือฟันผุได้ รวมทั้งยังไม่เป็นที่แจ่มแจ้งถ้าหากเอาไปใช้เป็นยาจะมีความปลอดภัยมากมายน้อยเท่าใด รวมทั้งมีข้อควรคำนึงสำหรับในการกินแครอทโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลในกรุ๊ปดังนี้

คนที่กำลังมีท้องหรือคนที่อยู่ในตอนให้นมลูก การกินแครอทเป็นของกินออกจะมีความปลอดภัย แต่ว่ายังไม่เป็นผลการค้นคว้าเกี่ยวกับความปลอดภัยที่แจ่มชัดแม้กินแครอทเพื่อเป็นยา
เด็ก บางทีอาจกินแครอทได้โดยสวัสดิภาพถ้าเกิดกินในจำนวนที่สมควร แม้กระนั้นบางทีอาจไม่ปลอดภัยถ้าหากให้เด็กตัวเล็กๆหรือเด็กอ่อนกินหรือกินน้ำแครอทในจำนวนมาก ด้วยเหตุว่าบางทีอาจเป็นต้นเหตุทำให้ผิวเหลือง หรือฟันผุได้
คนที่แพ้แครอท อาจจะส่งผลให้แพ้ได้ในคนที่มีลักษณะอาการแพ้แครอท เซเลอรี หรือพืชในเครือญาติที่เกี่ยว
คนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน อาจจะก่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดน้อยลง หรือบางทีอาจมีผลต่อความสามารถของยาที่ใช้อยู่ในตอนนั้น ถ้าหากคนป่วยเบาหวานกินแครอทในจำนวนมาก ควรจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด

มะเขือเทศ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส ดีต่อสุขภาพอย่างมาก ช่วยรักษาโรคต่างๆได้เป็นอย่างดี

ชวนไปเจาะแหล่งผลิต “มะเขือเทศ” คุณภาพดีเกรดพรีเมียม เพื่อนำมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อคนที่รักสุขภาพที่ดี แถมยังมีผลเรื่อง “ความสวยงาม” ของหญิงได้ดีอีกด้วย เพราะว่ามีสารสำคัญอย่าง ไลโคปีน ช่วยทำนุบำรุงผิวให้สว่างผ่องใส สดใส จากภายในสู่ภายนอก

ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาไปรู้จัก “มะเขือเทศ” คุณภาพดีตั้งแต่ต้นทางถึงจุดหมายการสร้าง เพื่อได้มะเขือเทศดัดแปลงพร้อมกินสำหรับผู้หญิงที่ต้องการเสริม “ความสวยงาม” ด้านผิวพรรณ หากพร้อมแล้ว…ตามมาทางนี้!

ต้นทาง “มะเขือเทศ” สีแดงสด!
พวกเราได้โอกาสได้เดินทางไปบุกฟาร์มมะเขือเทศคุณภาพดีที่ หมู่บ้านนางอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร เป็นฟาร์มปลูกที่มีการควบคุมการใช้สารเคมีอย่างหมาะสม รวมทั้งเพียงพอถึงตอนเก็บเกี่ยว จำเป็นที่จะต้องทิ้งระยะเวลาครู่หนึ่งให้สารเคมีย่อยสลายไป ก่อนที่จะเก็บผลมะเขือเทศ แล้วส่งเข้าโรงงานดัดแปลงให้เป็นมะเขือเทศพร้อมกิน

ฟาร์มมะเขือเทศของหมู่บ้านนางอยปลูกอีกทั้งมะเขือเทศเชอรี่ แล้วก็มะเขือเทศลูกท้อสายพันธุ์ Perfect Gold 111 ซึ่งเป็นแหล่งปลูกที่ทำให้ได้มะเขือเทศลูกใหญ่ งาม เปลือกบาง เนื้อเยอะ มีความหวาน รวมทั้งมีสารอาหารสำคัญครบตามมาตรฐาน GAP

“มะเขือเทศ” ดัดแปลง หาซื้อง่าย
เมื่อได้มะเขือเทศคุณภาพดีแล้ว จริงๆสามารถนำผลสดไปทำกับข้าวกินได้เลย แต่ว่าสำหรับผู้หญิงเมืองกรุงที่มีเวลาน้อย ไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารรับประทานเอง แม้กระนั้นต้องการกินมะเขือเทศที่อร่อยและก็ได้สุขภาพ ก็สามารถหาซื้อมะเขือเทศดัดแปลงได้ตามร้านค้าสบายซื้อใกล้บ้าน

แต่ว่ากว่าจะได้มาเป็นมะเขือเทศดัดแปลงเกรดพรีเมียมอย่างงี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย…

โดยมะเขือเทศสดจาก ฟาร์มมะเขือเทศของหมู่บ้านนางอย จะถูกนำไปส่งยัง “โรงงานหลวงดอยคำ จังหวัดสกลนคร” (โรงงานหลวงสำเร็จรูปที่ 3 เต่างอย) ซึ่งนับว่าเป็นโรงงานหลวงที่แรกในบริเวณลุ่มน้ำโขง เป็นโรงงานรับซื้อผลิตผลมะเขือเทศจากประชาชนนางอย ช่วยทำให้ประชาชนมีรายได้ที่มั่นคงจะ สามารถพึ่งตนเองได้

โดยมะเขือเทศที่รับซื้อมาจะมีวิธีการตรวจทานรวมทั้งคัดเลือกประสิทธิภาพอย่างเข้มงวด เพื่อได้มะเขือเทศสด ลูกใหญ่ เนื้อมาก และไม่มีสารเคมีหลงเหลือ มะเขือเทศกลุ่มนี้ถูกนำไปดัดแปลงจนได้ออกมาเป็น มะเขือเทศเข้มข้น (Tomato paste), น้ำมะเขือเทศ, มะเขือเทศอบแห้ง, แยมมะเขือเทศ รวมทั้งซอสมะเขือเทศ (Ketchup) ได้ผลผลิตที่ส่งขายไปทั่วทั้งประเทศไทย

เอาละ…ได้รู้ถึงทางการสร้าง “มะเขือเทศ” คุณภาพดีของประเทศไทยกันแล้ว ต่อนี้ไปพวกเราจะพาไปดูกันว่าประโยชน์ของมะเขือเทศที่มีต่อ “สุขภาพ” แล้วก็ “ความสวยงาม” มีอะไรกันบ้าง?

  1. ไลโคปีน ป้องกันโรคมะเร็ง
    ในมะเขือเทศมีสาร ไลวัวป่ายปีน (lycopene) เป็นสารในกรุ๊ปแคโรทีนอยด์ พบได้มากในผักผลไม้ที่มีสีส้มหรือสีแดง เป็นต้นว่า แครอท แตงโม มะละกอ ฟักข้าว เกรปฟรุต แล้วก็แน่ๆ…ในมะเขือเทศด้วย

ซึ่งไลโคปีนนี้เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ สามารถคุ้มครองป้องกันโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี ในมะเขือเทศสด 100 กรัม จะมีจำนวนไลวัวไต่อยู่โดยประมาณ 0.9 – 9.30 มก. มีส่วนช่วยลดการเสี่ยงโรคมะเร็งไส้ โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แล้วก็โรคมะเร็งตับอ่อน

  1. มะเขือเทศชะลอ “ความแก่”
    อย่างที่บอกไปว่ามะเขือเทศมีไลโคปีน ซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เมื่อรับประทานเข้าไปในจำนวนที่สมควรก็เลยสามารถชะลอความแก่ได้ ช่วยลดริ้วรอยที่วัย บำรุงผิวพรรณให้แจ่มใส เปียกชื้น ทั้งมีวิตามินเอ วิตามินเค รวมทั้งวิตามินซีสูง ก็เลยช่วยบำรุงรักษาสายตา รักษาโรคเลือดไหลตามไรฟัน ช่วยกำจัดคอเลสเตอรอล ช่วยควบคุมและก็ลดน้ำตาลในเลือด ฯลฯ
  2. น้ำมะเขือเทศ เพื่อผิวสว่างใส
    มีผู้หญิงหลายๆคนหันมากินน้ำมะเขือเทศสำเร็จรูป เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับการบำรุงผิวพรรณให้สว่างใส สดใส ช่วยลดลางเลือนผิวหมองคล้ำ ซึ่งเดี๋ยวนี้สามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดายในร้านค้าสบายซื้อใกล้บ้าน ปัจจุบันนี้มีน้ำมะเขือเทศสำเร็จรูปนานัปการรสให้เลือกกินได้ไม่เบื่อ มีอีกทั้งน้ำมะเขือเทศ 100%, น้ำมะเขือเทศสูตรลดโซเดียม, น้ำมะเขือเทศ Mocktail, น้ำมะเขือเทศ Virgin Mary ฯลฯ

แนวทางกินน้ำมะเขือเทศเพื่อได้ประโยชน์สูงสุดหมายถึงควรจะดื่มก่อนกินอาหารในตอนท้องว่าง หรือดื่มหลังรับประทานอาหารในทันที เพราะว่าไขมันในของกินจะช่วยทำให้ร่างกายดูดซับไลโคปีนได้ดิบได้ดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (นอกจากผู้เจ็บป่วยโรคไต และก็คนที่มีโพแทสเซียมในเลือดสูง ไม่สมควรรับประทานมะเขือเทศ)

  1. รับประทานมะเขือเทศสุก ได้ไลโคปีนสูง
    การทานมะเขือเทศเพื่อได้ประโยชน์สูงสุด ควรที่จะนำมาปรุงผ่านความร้อนให้สุกซะก่อน เมื่อมะเขือเทศผ่านความร้อน จะก่อให้ไลวัวไต่หลุดออกมาจากเนื้อมะเขือเทศได้ง่าย เมื่อรับประทานเข้าไปร่างกายก็สามารถนำสารไลโคปีนไปใช้ได้ดียิ่งกว่ารับประทานแบบใหม่ๆ

ยิ่งไปกว่านี้ ไลโคปีน เป็นสารที่สามารถละลายได้ดิบได้ดีในน้ำมัน เพราะฉะนั้นถ้าหากพวกเราใช้น้ำมันสำหรับในการปรุงมะเขือเทศ จะยิ่งทำให้ร่างกายดูดซับไลโคปีนเจริญเพิ่มขึ้น

  1. รับประทานมะเขือเทศสด ก็ได้ค่าเช่นเดียวกัน
    ในมะเขือเทศใหม่ๆอุดมไปด้วยวิตามินหลายแบบ ทั้งยังวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินเค แถมยังมีใยอาหารสูง ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง นอกจากนั้นมะเขือเทศใหม่ๆยังสามารถประยุกต์ใช้ บำรุงผิว แล้วก็ รักษาสิว ได้ด้วย โดยนำมะเขือเทศสับละเอียดมาพอกผิวหน้า หรือฝานบางๆแล้วเอามาติดหน้าก็ได้