Design a site like this with WordPress.com
เริ่มได้

ยอดติดเชื้อโควิด19 ทั่วโลก พุ่งไม่หยุด ทะลุ 37.4 ล้านคนแล้ว เร่งคุมเข้มตามแนวชายแดน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเมียนมา เพิ่มขึ้นกว่า 2 พันคน

เว็บไซต์ไชต์ Worldometers รายงานเหตุการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกวันที่ 11 เดือนตุลาคม 2563 ระยะเวลาราว 07.28 น. ตามเวลาในไทย เจอมีผู้เจ็บป่วยติดเชื้อโรคทั้งโลกรวม 37,448,779 ราย มากขึ้น 350,458 ราย เสียชีวิต 1,077,190 ราย มากขึ้น 4,974 ราย รักษาหาย 28,097,779 ราย

ประเทศที่พบรายงานผู้ติดโรคสูงสุด 5 ขั้นตอนแรก เช่น
1 ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดโรค 7,943,606 ราย มากขึ้น 48,977 ราย เสียชีวิต 219,254 ราย มากขึ้น 607 ราย รักษาหาย 5,085,449 ราย
2 ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อโรค 7,051,543 ราย มากขึ้น 74,535 ราย เสียชีวิต 108,371 ราย มากขึ้น 921 ราย รักษาหาย 6,074,863 ราย
3 บราซิล มีผู้ติดโรค 5,091,840 ราย มากขึ้น 34,650 ราย เสียชีวิต 150,236 ราย มากขึ้น 544 ราย รักษาหาย 4,453,722 ราย
4 รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อโรค 1,285,084 ราย มากขึ้น 12,846 ราย เสียชีวิต 22,454 ราย มากขึ้น 197 ราย รักษาหาย 1,016,202 ราย
5 โคลัมเบีย มีผู้ติดเชื้อโรค 902,747 ราย มากขึ้น 8,447 ราย เสียชีวิต 27,660 ราย มากขึ้น 165 ราย รักษาหาย 783,131 ราย

ในขณะที่ เมียนมา ขยับขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 80 มีผู้ติดโรครวม 26,064 ราย มากขึ้น 2,158 ราย เสียชีวิตรวม 598 ราย มากขึ้น 32 ราย รักษาหาย 7,050 ราย
ส่วนเมืองไทยอยู่ในชั้นที่ 140 มีผู้ติดโรค 3,634 ราย มากขึ้น 6 ราย เสียชีวิตคงเดิม 59 ราย รักษาหาย 3,445 ราย

“ลูลู่-ลาล่า” ถ่ายปกเตรียมส่งซิงเกิ้ลใหม่ หลังหายไป 2 ปี แนวเพลงลูกทุ่งอีสานอารมณ์ดี ทั้งที่อกหัก “ฮักโดดด่ง”

หลังผ่านพ้นวิกฤตโรค โควิด-19 และก็เรื่องราวดราม่าต่างๆ2 นักแสดงร่าเริงแจ่มใสอย่าง ลูลู่-ลาล่า อาร์สยาม (ลูลู่-ดวงฤดี บุญบำรุง, ลาล่า-ขวัญนภา เรืองศรี) ก็กลับมาพร้อมผลงานซิงเกิลใหม่ในรอบ 2 ปีอย่าง “ฮักโดดด่ง” ที่ยังคงคอนเซ็ปต์ บันเทิงใจ ครื้นเครง ร่าเริงแจ่มใส หากแม้เนื้อหาจะเกิดเรื่องราวของการอกหักก็ตาม

ผลงานเพลง “ฮักโดดด่ง” มีเนื้อหากล่าวถึงการลืมความเศร้าใจแล้วยืนขึ้นมาเต้นและก็หาความรักใหม่ โดยดนตรีเพลงนี้ได้มาพร้อมการประสมประสานระหว่างลูกทุ่งอีสานแล้วก็ฮิปฮอป ซึ่งงานนี้ก็ได้นักแสดงดังอย่าง แร็พอีสาน (ปั๊บ-ศักดิ์นรินทร์ การะเกตุ) มาร่วมฟีทพบริ่งด้วย

ถึงแม้ขณะนี้เพลงยังไม่ถูกปลดปล่อยออกมา แม้กระนั้นปัจจุบันลูลู่-ลาล่า ก็ได้ถ่ายรูปโฆษณาเพลงแล้ว ซึ่งพวกคุณทั้งคู่ได้นำการแต่งตัวสไตล์อีสานที่แฟนคลับเคยชินมาประสมประสานกับแฟชั่นฮิปฮอปยุคสมัยใหม่จนได้คอสตูมซิงเกิลใหม่สุดท้าย

โดยก่อนที่จะเพลงจะถูกปลดปล่อยอย่างเป็นทางการ ลูลู่-ลาล่า ก็ได้เล่าถึงซิงเกิลใหม่แบบสั้นๆว่า “คำว่า ‘ฮัก’ ก็คือรักจ้ะ ส่วน ‘กระโดดด่ง’ จะเป็นอาการคำกริยาของผู้ที่กระปรี้กระเปร่าหัวใจ ลิงโลด ระริกระรี้ หากในเนื้อเพลง “ฮักกระโดดด่ง” เป็นถึงจะมีความเศร้าหมอง ถึงจะอกหักเป็นทุกข์ แต่ว่าพวกเราจะไม่เอาความทุกข์นั้นมาใส่ตัวเรา พวกเราควรมีความสำราญกับความรักครั้งใหม่ จะมีความรักที่กระโดดด่ง ให้หัวใจพองโตเต้นตึ๊กตั๊กสุขสบายตลอดระยะเวลาจ้ะ เป็นเพลงร่วมยุค ผสมความเป็นอีสานหมอลำกับความเป็นแร็ป รวมทั้งมีความไม่เหมือนจากเพลงก่อนหน้าที่ผ่านมา ตรงที่พวกเราไม่เคยได้ฟีทกับคนใดกัน แต่ว่าเพลงนี้พวกเราได้ร่วมฟีทกับแร็พอีสาน ซึ่งเขาสามารถนำความเป็นลูกทุ่งหมอลำของพวกเรามาปรับปรุงประสานกับความแร็ปได้อย่างสนุกรวมทั้งมีความเป็นอินเตอร์มากขึ้นไปอีกจ้ะ”

บราซิล vs โบลีเวีย

บราซิล
อาเดนอร์ เลโอนาร์โด้ บัคชี่ หรือ ตีตี้ ไม่มี กาเบรียล เชซุส กับ อาลีสซง เบ็คเกอร์ สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ขณะที่ อาร์ตูร์ เมโล่, ลูกัส ปาเกต้า, ดาเนียล อัลเวส, อเล็กซ์ ซานโดร กับ กาเบรียล บาร์โบซ่า ไม่มีชื่อติดโผล่าสุด ด้าน เนย์มาร์ มีอาการเจ็บหลังส่วนล่างยังต้องรอประเมินความฟิตอีกครั้ง ทว่า เอแวร์ตอน รีเบยโร่ จากฟลาเมงโก้ พร้อมลงเสียบแทน ส่วน ริชาร์ลีซอน มีอาการเจ็บข้อเท้ายังต้องรอทดสอบความฟิตเช่นเดียวกัน

สำหรับ เวแวร์ตอน เปเรยร่า ดา ซิลวา นายทวารจาก พัลไมรัส, ดักลาส ลุยซ์ มิดฟิลด์วัย 22 ปีจาก แอสตัน วิลล่า, เอแวร์ตอน เดอ ซูซ่า โซอาเรส แนวรุกจาก เบนฟิก้า กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จาก ลิเวอร์พูล จะได้ออกสตาร์ท

เอแวร์ตอน เดอ ซูซ่า โซอาเรส, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เนย์มาร์ ดา ซิลวา จูเนียร์ จะลงเล่นแนวรุก แดนกลางมี ดักลาส ลุยซ์, การ์ลอส กาเซมีโร่, ฟิลิปเป้ กูตินโญ่ ลงทำเกม ส่วน ดานีโล่ ลุยซ์ ดา ซิลวา, มาร์กินโญส, ติอาโก้ ซิลวา, เรนาน โลดี้ จะลงคุมแนวรับ โดยมี เวแวร์ตอน เฝ้าเสา

โบลีเวีย
เซซ่าร์ ฟารีอาส ไม่มี มาร์เซโล่ มาร์ตินส์, อาเลฮานโดร ชูมาเซโร่ กับ ฮวาเม่ กูเอย่าร์ ที่รอลงเล่นกับ อาร์เจนตินา ในวันอังคารหลังผลทดสอบเชื้อ’โควิด-19’เป็นลบ ส่วน การ์ลอส เซาเซโด้ กองหน้าวัย 41 ปีจะลงประคองทีมพร้อมด้วยผู้เล่นประสบการณ์อย่าง ฮาสมานี่ กัมโปส, ราอูล กาสโตร, ดีเอโก้ วาย่าร์, โฮเซ่ ซาเกรโด้, กาเบรียล วัลเวร์เด้ และ การ์ลอส ลามเป้

การ์ลอส เซาเซโด้ จะเล่นหน้าเป้า โดยมี ราอูล กาสโตร กับ ฮาสมานี่ กัมโปส เชื่อมเกมรุก แดนกลางมี ดีเอโก้ วาย่าร์, การ์ลอส อันเญซ, เอร์วิน ซานเชซ ลงทำเกม ส่วน เฮซุส ซาเกรโด้, โฮเซ่ มาเรีย การ์ราสโก้, กาเบรียล วัลเวร์เด้, โฮเซ่ ซาเกรโด้ จะลงคุมแนวรับ โดยมี การ์ลอส ลามเป้ เฝ้าเสา

ผู้เล่นตามคาด
บราซิล (4-3-3) : เวแวร์ตอน เปเรยร่า ดา ซิลวา – ดานีโล่ ลุยซ์ ดา ซิลวา, มาร์กินโญส, ติอาโก้ ซิลวา, เรนาน โลดี้ – ดักลาส ลุยซ์, การ์ลอส กาเซมีโร่, ฟิลิปเป้ กูตินโญ่ – เอแวร์ตอน เดอ ซูซ่า โซอาเรส, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เนย์มาร์ ดา ซิลวา จูเนียร์

โบลีเวีย (4-3-2-1) : การ์ลอส ลามเป้ – เฮซุส ซาเกรโด้, โฮเซ่ มาเรีย การ์ราสโก้, กาเบรียล วัลเวร์เด้, โฮเซ่ ซาเกรโด้ – ดีเอโก้ วาย่าร์, การ์ลอส อันเญซ, เอร์วิน ซานเชซ – ราอูล กาสโตร, ฮาสมานี่ กัมโปส – การ์ลอส เซาเซโด้

อังกฤษ vs เวลส์

อังกฤษ
กองทัพ สิงโตคำราม เปิดหัวเนชั่นส์ ลีก เดือนที่ผ่านมาด้วยการบุกชนะ ไอซ์แลนด์ 1-0 แบบดราม่า ก่อนจะบุกไปเสมอ เดนมาร์ก 0-0

ผู้จัดการทีม แกเร็ธ เซาธ์เกต จะต้องเสีย ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เจ็บจนกระทั่งจะต้องถอนตัวออกไปแล้ว ในตอนที่ เบล ชิลเวลล์, เจดอน ซานโช่ แล้วก็ แทมมี่ อบราฮัม ก็จะมิได้มีส่วนร่วมในเกมนี้ เพราะแหกมาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วยการไปจัดงานวันเกิดที่บ้านของหัวหอก เชลซี

ในรายของ ฟิล โฟเด้น และก็ เมสัน กรีนวู้ด ที่ก่อเรื่องไว้ภายในกลุ่มชาติเมื่อเดือนที่ผ่านมาก็หลุดโผตามคาด โดยมั่นใจว่าเกมนี้จะเป็นการโรเตชั่นบรรดาดาวรุ่ง และก็นักฟุตบอลสำรอง ซึ่งคงจะนำโดย โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน กองหน้าฟอร์มร้อนที่ซัดไปแล้ว 9 ประตูจาก 6 นัดหมายรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้

เวลส์
กองทัพ มังกรแดง ผลงานรุนแรงมากมาย เอาชนะได้ตลอด 4 เกมหลังสุด โดยเดือนที่ผ่านมาก็เปิดเนชั่นส์ ลีก ด้วยการบุกเฉือน ประเทศฟินแลนด์ รวมทั้งกลับมาเล่นในบ้านชนะ บัลแกเรีย 1-0 ทั้งคู่นัดหมาย

ผู้จัดการทีม ไรอัน กิ๊กส์ จะต้องตัด อารอน แรมซี่ย์ จากเกมนี้ เนื่องจากว่าจำต้องกักบริเวณตามมาตรการคุ้มครองปกป้องโควิด-19 โดยคงจะพร้อมในเกมเนชั่นส์ ลีก วันอาทิตย์ที่จะเจอ ไอร์แลนด์

ซูเปอร์สตาร์อย่าง แกเร็ธ เบล ก็อยู่ในตอนรักษาการบาดเจ็บหัวเข่าไม่มีชื่อติดกลุ่ม ในช่วงเวลาที่ ทอม ล็อคเยอร์ส กับ ฮัล ร็อบสัน-คานู จำต้องถอนตัวออกไปเพราะเจ็บ แต่ว่า เดวิด บรู๊คส์ กับ โจ มอร์เรลล์ หายเจ็บกลับมามีชื่อติดธงอีกรอบ

11 ตัวจริงตามคาด
อังกฤษ (3-4-3) : นิค โป๊ป – ไมเคิ่ล คีน, คอเนอร์ เคาดี้, ไทโรน มิงก์ส – รีซ เจมส์, แคลวิน ฟิลลิปส์, เจมส์ วอร์ด เพราส์, บูคาโย่ ซาก้า – ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์, โดมินิก คัลเวิร์ต เลวิน, แจ็ค กรีลิช

เวลส์ (4-2-3-1) : เวย์น เฮนเนสซี่ย์ – เนโก้ วิลเลี่ยมส์, โจ โรดอน, อีธาน แอมปาดู, เบน เดวิส – โจ มอร์เรลล์, แม็ทธิว สมิธ – เดวิด บรู๊คส์, โจนาธาน วิลเลี่ยมส์, แดเนียล เจมส์ – คีฟเฟอร์ มัวร์