Design a site like this with WordPress.com
เริ่มได้

ใบเตย ขึ้นชื่อเป็นสมุนไพรไทย ที่มีประโยชน์อย่างมาก สามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรคเกือบทุกอย่าง นำมาประกอบอาหารยังได้อรกมากมายหลายอย่าง

ต้นเตย หรือที่เรียกกันว่า เตยหอม มีชื่อภาษาอังกฤษ ว่า Pandan leaves ชื่อวิทยาศาสตร์ของเตยหมายถึง Pandanus amaryllifolius Roxb. ชื่อเรียกอื่นๆของเตยนั้น อาทิเช่น ใบส้มม่า ส้มตะเลงเครง ส้มปู ส้มพอดิบพอดี ผักเก็งเค็ง ต้นลำเจียก เตยทะเลลำ ฯลฯ

เตยในสังคมไทย
พืชที่อยู่คู่ครัวไทย หนีไม่พ้น หนึ่งในในั้นเป็นใบเตยหอม เพราะว่าอาหารไทยนิยมใช้ใบเตยมาเตรียมอาหาร โดยการนำมาแต่งกลิ่นรวมทั้งสีของของกิน ใบเตยจะให้สีเขียวแบบธรรมชาติ การปลูกใบเตยก็เลยมีอยู่ทั่วๆไปในทุกบ้านของสังคมไทย ปัจจุบันนี้ เตยเป็นพืชเศรษฐกิจของเมืองไทย มีการส่งออกใบเตยแบบอย่างใบแช่แข็งในหลายประเทศทั้งโลกที่มีชุมชนคนไทยอาศัยอยู่

ประเภทของเตย
สำหรับต้นเตยนั้น มี 2 ประเภทเป็นเตยหนาม แล้วก็ เตยไม่มีหนาม โดยเนื้อหาดังต่อไปนี้
เตยหนาม เรียกว่า ต้นลำเจียก เตยทะเลลำ ซึ่ง ต้นเตยจะออกดอก และดอกมีกลิ่นหอมยวนใจ เตยหนามนั้นไม่นิยมนำใบมาปรุงอาหาร แล้วก็นิยมประยุกต์ใช้ทำเครื่องหัตถกรรม
เตยไม่มีหนาม เรียกว่า เตย หรือ เตยหอม ซึ่งรูปแบบของลำต้นจะเล็ก ไร้ดอก นิยมประยุกต์ใช้ทำกับข้าว หรือ ทำของหวาน
รูปแบบของต้นเตย

เตย เป็นไม้ยืนต้น มีพุ่มเล็ก ลักษณะเป็นกอ ลำต้นของเตยอยู่ใต้ดิน ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว ใบเป็นทางยาว สีเขียวเข้ม มัน ขอบใบเรียบมีกลิ่นหอมหวน ซึ่งใบของเตย พวกเราสามารถเอามาทำสีผสมอาหาร ให้สีเขียวได้

คุณประโยชน์ทางของกินของเตย
ผู้รู้และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการโภชนาการได้เรียนรู้ ค่าทางโภชนาการของใบเตยหอม ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 35 กิโลแคลลอรี่ มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย เบต้าแคโรทีน 3 ไมโครกรัม วิตามินซี 8 มก. วิตามินบี 2 0.2 มก. วิตามินบี 3 1.2 มก. ธาตุแคลเซียม 124 มก. ธาตุเหล็ก 0.1 มก. ธาตุฟอสฟอรัส 27 มก. คาร์โบไฮเดรต 4.6 กรัมและก็โปรตีน 1.9 กรัม

ใบเตย นั้นจะมีน้ำมันหอมระเหย และก็สารให้สีเขียว ซึ่งในน้ำมันหอมระเหย นั้นประกอบไปด้วยสารหลากหลายประเภท อาทิเช่น เบนซิลแอซีเทต (benzyl acetate) รวมทั้งแอลคาลอยด์ (alkaloid) (Fatihanim et.al.,2008) ลินาลิลแอซีเทต (linalyl acetate ) ลินาโลออล (linalool) และก็พบรานิออล (geraniol) รวมทั้งสารที่ทำให้ มีกลิ่นหอมสดชื่น เป็นคูมาริน (coumarin) รวมทั้งเอทิลวานิลลิน (ethyl vanillin)

คุณประโยชน์ของเตย
เตย พวกเรานำสามารถเอามาทำเป็นสมุนไพร เพื่อคุณประโยชน์การบำรุงร่างกายและก็การดูแลรักษาโรค ได้อีกทั้งราก และก็ ใบ ซึ่งเนื้อหาดังต่อไปนี้
ใบเตย มีคุณประโยชน์ บำรุงหัวใจ และก็ช่วยลดการกระหายน้ำ มีกลิ่นหอมหวน เมื่อนำไปต้มน้ำ ดื่มจะรู้สึกชุ่มคอ และก็ให้ความสดใหม่ นิยมเอามาน้ำผสมกับขนมไทยโบราณ ใหเกลิ่นหอมแล้วก็มีสีเขียว
รากเตย มีคุณประโยชน์ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ลดน้ำตาลในเลือด
โทษของเตย

การบริโภคเตยให้ไม่เป็นอันตรายสูง ไม่มีข้อมูลด้านการแพทย์กล่าวว่าการบริโภคใบเตยเป็นอันตราย แต่ว่าพืชทุกประเภทจำเป็นที่จะต้องใช้อย่างเหมาะควรรวมทั้งถูกต้อง การกินใบใหม่ๆเอามาบดกิน กลิ่นที่หอมของใบเตย อาจจะส่งผลให้เกิดอาหารคลื่นไส้ได้ โดยการใช้คุณประโยชน์จากใบเตย จำเป็นต้องนำไปต้มเพื่อได้กลิ่นหอม หรือ การนำเอาใบเตยมาบดอย่างละเอียด และก็ คั้นเอาน้ำสีเขียวจากใบเตยมาใช้ประโยชน์สำหรับในการกิน

ใบเตย ( Pandan leaves ) สมุนไพร กลิ่นหอมสดชื่น สีเขียว รูปแบบของต้นเตย เป็นยังไง คุณประโยชน์ของใบเตย ช่วยขับเยี่ยว บำรุงหัวใจ รักษาโรคเบาหวาน ใบเตย นิยมเอามาประกอบ ของกิน ให้กลิ่นหอมยวนใจ และก็ สีเขียว

สมุนไพร ตังกุย สรรพคุณเด่นกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ช่วยให้มีลูก

ต้นตังกุย เป็นพืชประเภทสีน้ำตาล เนื้อเหนียว มีรอยแตกหักสีขาว รากเปลือกหนา เนื้อรากสีขาว กลิ่นหอมหวน รสหวานแล้วก็ขม นิดหน่อย นำมาทำยาขับประจำเดือน รักษาโรคของสตรี เร้าอารมณ์ทางเพศ แล้วก็ ทำให้ลูกดก
ต้นตังกุย ( Dong quai ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของตังกุยเป็นAngelica sinensis (Oliv.) Diels สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของตังกุย อาทิเช่น โสมตังกุย โกฐเชียง ฯลฯ

รูปแบบของต้นตังกุย
ต้นตังกุย เป็นไม้ล้มลุก ที่มีถื่นกำเนิดในประเทศจีน เป็นพืชที่ยายุยืนยาว มีกลิ่นเฉพาะบุคคลเจอแพร่หลายในพื้นที่ป่าดงดิบในเขตเขาสูง นอกนั้นยังเจอในประเทศประเทศญี่ปุ่น และก็ ประเทศเกาหลี
รากตังกุย ลักษณะอวบ เป็นทรงกระบอก อยู่ใต้ดิน มีรากแขนงหลายราก ผิวข้างนอกของรากสีน้ำตาลอมเหลือง ส่วนเนื้อสีเหลืองรวมทั้งมีรูพรุน แกนเป็นสีขาว มีกลิ่นหอมหวนแรง รสหวานอมขม
ลำต้นตังกุย ความสูงโดยประมาณ 1 เมตร ลำต้นตั้งชัน เปลือกลำต้นหนา มีร่องเล็กน้อย มีเหง้าหรือรากอยู่ใต้ดิน
ใบตังกุย ลักษณะเป็นใบเดี่ยว มีหยักลึก รูปทรงไข่ ใบมีก้านเห็นได้ชัดเจน ใบหยักราวกับฟันเลื่อย โคนแผ่เป็นครีบแคบๆใบสีเขียวอมม่วง
ดอกตังกุย ลักษณะเป็นช่อ ออกช่อตามยอดของลำต้น และ ง่ามใบ ดอกเป็นสีขาวหรือสีแดงอมม่วง ดอกตังกุยมีดอกตอนมิถานายนถึงกรกฎาคม ของทุกปี
ผลตังกุย รูปแบบของผลได้ผลสำเร็จแห้ง ขนาดโดยประมาณ 4 มม. ดอกด้านข้างมีปีกบางๆรวมทั้งมีท่อน้ำความรู้มร่อง ผลของตังกุยได้ผลราวๆกรกฎาคมถึงกันยายน ของทุกปี
คุณประโยชน์ของตังกุย

สำหรับในการใช้ประโยชน์จากตังกุย ด้านการบำรุงร่างกายรวมทั้งการดูแลและรักษาโรค ใช้ประโยชน์จากตังกุย ส่วนราก ซึ่ง คุณประโยชน์ของตังกุย มีเนื้อหา ดังต่อไปนี้
บำรุงหัวใจ ตับ รวมทั้ง ม้าม ช่วยกระตุ้นหลักการทำงานของหัวใจ
บำรุงเลือด เป็นยาบำรุงเลือด ฟอกโลหิต รักษาโรคโลหิตจาง รักษาภาวการณ์เลือดพร่อง ทำให้โลหิตไหลเวียนสบาย รวมทั้งช่วยสลายเลือดคั่ง
บำรุงผิวพรรณ ช่วยเพิ่มความผ่องแผ้วของผิว ทำให้ผิวผุดผ่อง
บำรุงร่างกาย ทุเลาลักษณะของการปวดเมื่อยล้า
บำรุงสมอง บำรุงตับ แก้ปวดศีรษะ แก้วิงเวียน ช่วยเรื่องความจำ ไม่ให้หลงๆลืมๆง่าย
แก้ไข้ แก้หวัด แก้ไอ แก้โรคหอบหืด แก้เจ็บท้อง แก้ปวดข้อ
ช่วยขับลม แก้ท้องเฟ้อ ท้องอืด ช่วยสำหรับการถ่าย แก้ท้องผูก แก้บิด แก้อาการถ่ายเป็นเลือด
แก้ปวดระดู ลดลักษณะของการปวดท้องจากระดู ช่วยควบคุมรอบเดือนให้ธรรมดา แก้อาการเมนส์มาผิดปกติ
สำหรับสตรีข้างหลังคลอด ทำให้ช่องคลอดแห้ง ช่วยเสริมฤทธิ์ของฮอร์โมนผู้หญิง ช่วยกระตุ้นการยุบตัวของกล้ามมดลูก ช่วยขับน้ำคร่ำ ช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่ แก้อาการแท้งลูก
เพิ่มสมรรถนะทางเพศ ปลุกอารมณ์ทางเพศ
รักษาแผล รักษาแผลบวมช้ำ แผลฝีหนอง รวมทั้ง แผลเน่า
โทษของตังกุย

การใช้คุณประโยชน์จากตังกุย มีข้อควรคำนึง โดยห้ามใช้กับสตรีตั้งท้อง รวมทั้ง คนป่วยที่มีระบบระเบียบถ่ายไม่ดี ท้องร่วงหลายครั้ง ร้อนใน หรือ มีประวัติการคลื่นไส้เป็นเลือด