Design a site like this with WordPress.com
เริ่มได้

เกร็ดน่าสนใจ ลิเวอร์พูล บุกเฉือนหวิว ฟูแล่ม

ลิเวอร์พูล คว้า 3 คะแนน แบบที่ทำให้แฟนบอลต้องใจหายใจคว่ำเมื่อบุกไปเฉือน ฟูแล่ม 2-1 ที่สนามคราเว่น ค็อตเทจ เกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยแมตช์นี้ต้องชื่นชม ซาดิโอ มาเน่ ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และยิงประตูให้ทีมขึ้นนำ
ขณะเดียวกับ “หงส์แดง” อาจจะมีจังหวะการเล่นที่ผิดพลาดทำให้ทีมโดนตีเสมอ กระนั้นพวกเขายังถือว่าเป็นทีมที่พกดวงมาเยอะเมื่อได้จุดโทษในช่วงท้ายเกม และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ จอมฉมังลูกนิ่ง ที่ซัดประตูสำคัญส่งให้ “เดอะ เร้ดส์” แซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นเป็นจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว

– ลิเวอร์พูล สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในเกมพรีเมียร์ลีกตลอดช่วง 10 เกมที่ผ่านมา (ชนะ 6 เสมอ 4 แพ้ 0) และกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม

– ฟูแล่ม แพ้ไปแล้ว 25 เกมจาก 26 แมตช์ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในการสู้กับทีม “บิ๊ก ซิกซ์” (ชนะ 0 เสมอ 1 แพ้ 25) แถมแพ้ไปแล้ว 11 เกมในซีซั่นนี้ซะด้วย
– เจมส์ มิลเนอร์ สร้างสถิติในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อยิงประตูได้และทีมไม่แพ้ โดยตอนนี้สถิติอยู่ที่ 51 เกม (ชนะ 40 เสมอ 11 แพ้ 0)
– เจมส์ มิลเนอร์ ยิงประตูจากจุดโทษ 13 ลูกจาก 14 ครั้งหลังสุดในเกมเมืองผู้ดี
– ไรอัน บาเบล กลายเป็นนักเตะคนแรกยิงให้กับ ลิเวอร์พูล และซัดประตู “หงส์แดง ในเกมพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ที่ คริสติย็อง เบนเตเก้ อดีตแข้ง “หงส์แดง” เคยทำได้เมื่อเดือนเมษายน 2017

– ซาดิโอ มาเน่ ยิงไปแล้ว 9 ประตูสำหรับปี 2019 ในเกมลีกเมืองผู้ดีให้กับ ลิเวอร์พูล โดยทำได้เท่ากับ เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอกแมนเชสเตอร์ ซิตี้
– มาเน่ เป็นนักเตะชาวเซเนกัลที่ยิงประตูมากที่สุดในลีกฤดูกาลเดียว หลังตอนนี้เขายิงไปแล้ว 17 ประตูแซงหน้า เดมบา บา ที่ตะบันไป 16 ประตูในฤดูกาล 2011-12
– ผ่านไป 31 เกม ลิเวอร์พูล ทำแต้มแซงทั้งฤดูกาลที่แล้ว(75 คะแนน) จากชัยชนะ 23, เสมอ 7 และแพ้แค่เกมเดียว โดยตอนนี้พวกเขาทำแต้มไปแล้ว 76 คะแนน และมีเพียงแค่ 4 ฤดูกาลที่ “หงส์แดง” ทำได้ดีกว่านี้จาก 28 ฤดูกาลนับตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีก
– 18 จาก 70 ประตูในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีของ ลิเวอร์พูล เกิดขึ้นในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกมในฤดูกาลนี้

ต๋อง ร้อนแรงทะลุชิงดวล”เปา โพธิ์สามต้น”สอยคิวพี80-ทรูไทยแลนด์

     ต๋อง ศิษย์ฉ่อย  รัชพล ภู่โอบอ้อม จอมคิวอดีตมือ 3 ของโลก และแชมป์ประเทศไทยปี 61 ยังแทงได้ร้อนแรง ทิ่ม ”ตัวเล็ก สำโรง” ไพฑูรย์ ผลบุญ อดีต 3 ทองซีเกมส์ ที่โคราช ไปแบบสนุก 4-1 เฟรม เดินหน้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในศึกสอยคิว ”พี80-ทรู ไทยแลนด์ เซอร์กิต 2019” รายการที่ 2 ที่หาดใหญ่
การแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพเก็บสะสมคะแนน ประจําปี 2562 รายการที่ 2 ”พี80-ทรู ไทยแลนด์ เซอร์กิต” ”P80-True Songkhla Cup 2019” เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่โรงแรม ทีอาร์ ร็อค ฮิลล์ จังหวัดสงขลา ชิงเงินรางวัลรวม 1,134,000 บาท เป็นการดวลคิวรอบรองชนะเลิศ แข่งในระบบ 4 ใน 7 เฟรม โดยคู่แรกเป็นการพบกันระหว่าง ”ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” รัชพล ภู่โอบอ้อม นักสนุ้กขวัญใจชาวไทยอดีตมืออันดับ 3 ของโลก และแชมป์ประเทศไทย ปี 61 พบกับ ”ตัวเล็ก สำโรง” ไพฑูรย์ ผลบุญ อดีต 3 เหรียญทองซีเกมส์ ที่โคราช ซึ่งก่อนแข่งขันทุกเฟรม ต๋องจะต้องต่อคู่แข่งขันให้มี 7 แต้ม

โดยเปิดมาเฟรมแรก ต๋องตบไม้แรกนำก่อน 13-7 แถมวางสนุ้กจนตัวเล็กแก้ไม่โดน 4 ครั้ง พร้อมตบแดงอีก 4 ชุด นำ 63-7 ตัวเล็ก สำโรง มีโอกาสตบแดง 2 ชุดครึ่งมาพลาดดำ ส่งให้ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ทิ่มอีกไม้ชนะ 85-20 ขึ้นนำ 1-0 เฟรม เข้าเฟรมสอง จอมคิวมืออาชีพโลกเริ่มต้นได้แม่นยำตบไม้แรก นำ 32-0 ขณะที่ไพฑูรย์พลาดง่ายทำให้ต๋องกลับมาตบอีก 2 ไม้ ชนะสบาย 85-7 นำห่าง 2-0 เฟรม

มาถึงเฟรมสาม ตัวเล็กตบ 2 ไม้ นำก่อน 30-0 แต่พลาดสู้อีกครั้ง คราวนี้ไทยทอร์นาโด ใช้เรสต์ตบแดงหลุมล่างขวามือลงไป ไล่เก็บทีละชุดทำไป 10 ชุด 72 แต้ม ชนะได้อีกขึ้นแท่นนำ 3-0 เฟรม พอเฟรมสี่ ตัวเล็ก สำโรง หลังพิงฝาเดินหน้าสู้แหลก หักคอแดงหลุมกลางลงไปพร้อมตบอีก 3 ชุดครึ่งนำ 25-0 แถมในไม้ที่สองตัวเล็กได้ตบอีกครั้งคราวนี้ไล่กดหมดโต๊ะทำเซนจูรีเบรก 108 แต้ม ชนะ 133-0 ตีไข่แตก 1-3 เฟรม เข้าเฟรมห้า ต๋องแทงได้แม่นยำตบแดงหลุมยาวลงไปเดินหน้าทิ่มแดง-ดำ 5 ชุด นำก่อน 40-0 ขณะที่ตัวเล็กมีโอกาสตบแต่ทำได้แค่ชุดเดียวถึง 2 ไม้ แต่พลาดแดงหลุมกลาง ส่งให้ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ไล่ตบอีกไม้ชนะสบาย 87-18 จบเกม รัชพล ภู่โอบอ้อม เอาชนะไป 4-1 เฟรม 85-20, 85-7, 72-30, 0-133, 87-18 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ส่วน ไพฑูรย์ ผลบุญ รับรางวัลปลอบใจ 50,000 บาท

ขณะที่อีกคู่ระหว่าง ”เปา โพธิ์สามต้น” สุชาติ สุขเลี่ยม จอมคิวมากประสบการณ์ พบกับ โม คิน โฮ นักสนุกเกอร์ทีมชาติมาเลเซีย โดยเปิดมาเฟรมแรกทั้งคู่แทงสู้กันอย่างสูสี ก่อนที่ เปา จะมาตบ 3 ชุดสุดท้ายชนะ 76-42 นำ 1-0 เฟรม เข้าเฟรมสอง จอมคิวแดนเสือเหลองแทงเสียง่าย ทำให้นักสนุ้กไทย ได้ตบชนะไปอีก 72-37 แถมในเฟรมสาม เปา ตบเบรก 60 แต้ม แซงชนะ 75-52 ขึ้นแท่นนำ 3-0 แต่มาเฟรมสี่ โม คิ โฮ ไม่มีอะไรจะเสีย เปิดเกมตบสู้ ทำได้ดีตบไม้เดียว 75 แต้ม จากนั้นเกมของ เปา ช็อตไปดื้อๆ ทำให้จอมคิวจากมาเลเซีย ได้ใจตบชนะอีก 2 เฟรมตามมาเสมอ 3-3 เฟรมต้องเล่นเฟรมตัดสิน ซึ่ง เปา โพธิ์สามต้น ได้โอกาสจาก โม แทงเสีย เองบ่อยทำให้ เปา โพธิ์สามต้น ไล่ตบชนะไป 67-15 จบเกม สุชาติ สุขเลี่ยม ชนะไป 4-3 เฟรม 76-42, 72-37, 75-52, 10-76, 22-73, 1-66, 67-15 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ กับ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย

อาร์เซน่อลพลิกนรกอัดแรนส์แซงทะลุยูโรปา

       อาร์เซน่อล เปิดบ้านรัวใส่ แรนส์ 3-0 ครบสองนัด อาร์เซน่อล ทำประตูรวมแซงเข้ารอบได้สำเร็จที่สกอร์ 4-3 ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรปา ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง) เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา

เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 5 เท่านั้น “ปืนใหญ่” ที่เปิดเกมบุกเต็มตัวได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะรุกขึ้นมาทางฝั่งขวา อารอน แรมซี่ย์ หักข้อผ่านบอลไปที่จุดนัดพบจบสกอร์โดย ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง เบียดเอาชนะแผงหลังแรนส์ก่อนยื่นเท้าซ้ายแปบอลสวนตัว โทมัส คูเบ็ค เข้าไป ทำให้ผลรวมประตูตีตื้นขึ้นมาเป็น 2-3

นาทีที่ 15 อาร์เซน่อล ได้ประตูที่ต้องการนำห่าง 2-0 จากความขยันของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ที่ใช้ความเร็วบวกความขยันวิ่งไปเปิดบอลจากเส้นหลังฝั่งซ้ายโด่งย้อนไปเข้าหัว เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส ที่เติมเกมขึ้นมาและโถมตัวขึ้นโหม่งเหน่งๆ เข้าไปเล่นเอาตาข่ายสะเทือน เมื่อย้อนดูภาพช้าลูกเปิดของ โอบา บอลทาบเส้นหลังพอดิบพอดี ทำให้ อาร์เซน่อล มีผลรวมประตูตีขึ้นมาเป็น 3-3 และหากจบเกมที่สกอร์นี้จะเป็นยอดทีมจากเกาะอังกฤษเข้ารอบทันทีด้วยกฏอเวย์โกล

ใบเหลืองแรกของเกมเกิดขึ้นหลังผ่านครึ่งชั่วโมงไปได้แค่หนึ่งนาทีเป็นของ อเล็กซองด์ ลากาแซต ดาวยิงเจ้าถิ่นที่ไปตัดฟาวล์ด้านหลังใส่ แบ็งฌาแม็ง อ็องเดร แบบไร้ซึ่งการเล่นบอลทำให้ อันดริส เตรมานิส ท่านเปาจากลัตเวียควักใบเหลืองแจกให้โดยไม่ลังเล

นาทีที่ 34 ปืนใหญ่ได้ลุ้นอีกครั้ง เมซุส โอซิล เปิดบอลไปให้ โอบาเมย็อง กระโดดตีลังกายิงในเขตโทษแรนส์ประมาณ 13 หลาแต่ดันไปโดนหน้าแข้งทำให้บอลทิศทางคุมไม่ได้ออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 38 ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษได้ลุ้นอีกครั้ง โอซิล กระชากบอลขึ้นมาทางฝั่งขวาส่งต่อให้ โอบาเมย็อง แล้วคืนย้อนให้ อารอน แรมซี่ย์ วิ่งเข้ามาแปเน้นๆ แต่ดันไปตรงตัวนายด่านแรนส์รับเข้ามือไว้ไร้ปัญหา

จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล นำ แรนส์ 2-0

เริ่มครึ่งหลังได้เพียงสองนาที แรนส์ หวิดทวงประตูคืนได้ กเลมงต์ เกรอนิเย่ร์ หวดเต็มข้อกลางกรอบเขตโทษอาร์เซน่อลประมาณ 20 หลาบอลพุ่งดุจจรวดทางเรียบผ่านมือ ปีเตอร์ เช็ก นายด่านร่างโย่งไปชนเสาอย่างจังแถมบอลไม่เป็นใจกระดอนออกไปไกล

นาทีที่ 50 อาร์เซน่อล ตอบโต้กลับขึ้นมาบ้าง โอบาเมย็อง ใช้ความสามารถเฉพาะตัวกระชากบอลเข้าไปเปิดยัดในเขตโทษทีมเยือนแต่ โทมัส คูเบ็ค ดักทางพุ่งรับบอลไว้ได้

เลยผ่านมาถึงนาทีที่ 72 อาร์เซน่อล ได้ประตูนำห่าง 3-0 จากจังหวะที่ เซอัด โคลาซินัช กระชากไปริมเส้นฝั่งซ้ายแล้วผ่านบอลเลยมาถึง โอบาเมย็อง ยืนแปแบบไร้ตัวประกบเข้าไปง่ายดาย นับเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้อีกด้วย

โอบาฯ แสดงความดีใจด้วยการควักหน้ากาก “แบล็ค แพนเธอร์” ออกมาใส่เรียกเสียงเฮได้อีกเท่าตัวจากสาวกปืนโต

นาทีที่ 82 โอบาเมย็อง หวิดทำแฮตทริกให้ตัวเองเมื่อหลุดเดียวไปจิ้มบอลหนีมือ โทมัส คูเบ็ค นายทวารแรนส์ แต่หลุดออกเสาไปนิดเดียว

นาทีถัดมา โอบาเมย็อง ทำสกอร์หายวับไปในอากาศแบบไม่น่าให้อภัยเมื่อ แรมซี่ย์ ผ่านบอลให้ดาวยิงกาบองแปไม่ถึง 5 หลาแบบโล่งๆ แต่ดันวืดโดนปลายเท้ากระดอนออกไป

เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม อาร์เซน่อล เปิดบ้านอัด แรนส์ 3-0 เมื่อรวมผลเป็น อาร์เซน่อล พลิกนรกแซงเข้ารอบ ก่อนรองฯ หรือ 8 ทีมสุดท้ายไปที่สกอร์ 4-3

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
อาร์เซน่อล (3-4-1-2) : ปีเตอร์ เช็ก – ชโคดราน มุสตาฟี่, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล – เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส, อารอน แรมซี่ย์( ลูคัส ตอร์เรยร่า น.87), กรานิต ชาคา, เซอัด โคลาซินัช – เมซุส โอซิล (เฮนริค มคิทาร์ยาน น.70) – ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (อเล็กซ์ อิโวบี้ น.70)

แรนส์ (4-4-2) : โทมัส คูเบ็ค – อามารี่ ตราโอเร่, ดาเมียง ดา ซิลวา, เอ็ดสัน อ็องเดร ซิโตเอ้ “เมเซอร์”, รามี เบนเซไบนี่ – อิสไมล่า ซาร์, แบ็งฌาแม็ง อ็องเดร (เจมส์ เลอา ซิลิกี น.79), กเลมงต์ เกรอนิเย่ร์ (อาเดรียง อูนู น.70), เบนฌาแม็ง บูริโกด์ – ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา, เอ็มบาย เนียง

หงส์ทะยานฟ้าตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกขยี้บาเยิร์น

หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทะยานเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อย่างสะใจเหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” หลังบุกไปอัด บาเยิร์น มิวนิค ถึงบ้าน 3-1 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกสอง เมื่อคืนวันพุธที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา (รวมสองนัดชนะ 3-1) ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมเกินคาดสำหรับลูกทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ โดยเฉพาะ ซาดิโอ มาเน่ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่โดดเด่นมากๆ ในเกมนี้ และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคน

11 ตัวจริง

– อลีสซง เบ็คเกอร์ : 7

ไม่มีโอกาสเซฟยากๆ แต่ก็เล่นได้นิ่งดี ส่วนประตูที่เสียจากโอว์นโกลก็ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 7

ช่วงต้นเกมดูรนๆ เป็นจุดที่คู่แข่งจ้องเล่นงานเป็นหลัก แต่หลังจากนั้นก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

– โฌแอล มาติป : 7

จริงๆ แล้วฟอร์มโดยรวมถือว่าโอเคเลย จัดการจังหวะสำคัญๆ ได้ไม่น้อย แต่โชคร้ายที่มาทำเข้าประตูตัวเองจน บาเยิร์น มาตีเสมอได้

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 9

ยอดเยี่ยมเหลือเกิน คุมเกมรับได้ดีตามมาตรฐาน โดยเฉพาะการหยุด โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แถมขึ้นมาโขกทำประตูขึ้นนำ 2-1 ซึ่งเป็นประตูที่สำคัญมาก และยังเป็นคนแอสซิสต์ให้ มาเน่ ทำประตูแรก

– แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : 7

เล่นได้ดีตามมาตรฐาน แต่น่าเสียดายที่มาโดนใบเหลืองช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จนถูกแบนในเกมนัดแรกรอบก่อนรองฯ

– เจมส์ มิลเนอร์ : 7.5

อาจดูเซอร์ไพรส์ที่ได้ลงตัวจริง แต่ก็ทำได้ตามที่ คล็อปป์ ต้องการในการช่วยแดนกลาง และเป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้ ฟาน ไดค์ โขกทำประตู 2-1

– จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

อาจดูไม่โดดเด่น แต่ทำงานหนักมากในแดนกลาง โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังช่วยเชื่อมเกมรุกได้ดีทีเดียว

– จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : –

ได้อยู่ในสนามแค่สิบกว่านาที ก่อนเจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงานจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก

– ซาดิโอ มาเน่ : 9

ชั่วโมงนี้ฮอตสุดแล้วในแนวรุก “หงส์แดง” มีความเร็วที่สามารถป่วนแนวรับ บาเยิร์น ได้ตลอด และสองประตูที่ทำได้ในเกมนี้ถือว่าคุณภาพคับแก้ว

– โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 7.5

แม้ยังคงไร้สกอร์ และดูฝืนๆ เล่นในบางจังหวะ แต่ถือเป็นเกมที่เล่นได้โอเคเลย โดยเฉพาะการแอสซิสต์ติดไซด์ก้อยให้ มาเน่ โขกทำประตูปิดเกม

– โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6.5

มีโอกาสลุ้นทำประตูช่วงครึ่งแรก แต่โดยรวมไม่มีอะไรโดดเด่น

สำรองที่ได้ลงเล่น

– ฟาบินโญ่ (แทน เฮนเดอร์สัน น. 13) : 7.5

ลงไปแทน “เฮนโด้” และก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากในแดนกลาง โดยเฉพาะการตัดเกมคู่แข่ง

– ดีว็อค โอริกี้ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้

– อดัม ลัลลาน่า (แทน มิลเนอร์ น. 87) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้