Design a site like this with WordPress.com
เริ่มได้

ชนาธิปสุดจี๊ด!ตัดเกรดแข้ง ทีมชาติไทย แม้จะแพ้แต่เล่นเต็มที่

ทีมชาติไทย การได้เจอกับ ทีมระดับท็อปของโลก นับเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าของผู้เล่นทีมชาติไทย แม้ผลสกอร์ที่ออกมาเราจะพ่ายแพ้ไปถึง 0-4 แต่เหล่าแข้งช้างศึกทุกคนก็ทำดีสุดความสามารถแล้ว โดยเฉพาะในรายของ เจ-ชนาธิป ที่ใช้ความพลิ้วเล่นแข้งจอมโหดได้หลายครั้งและแน่นอนเขาคือคนที่ได้คะแนนเยอะสุดในทีม ส่วนคนอื่นๆจะได้เท่าไหร่กันบ้าง ไปดูกันได้เลย
ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน : แม้จะโดนเจาะถึงสามประตู แต่ก็มีเซฟประตูจะๆได้สองครั้ง 5.5

ทริสตอง โด : สู้ความใหญ่ของคริสเตียน สตูอานี่ไม่ไหวจนทีมเสียประตูที่สอง 5.5

สุพรรณ ทองสงค์ : เจองานหนักในการรับมือพายุเกมรุกของทีมจอมโหด 5

อดิศร พรหมรักษ์ : โดนแกสตัน เปเรยโร่ วิ่งตัดหน้าแตะบอลเข้าประตู แต่โดยรวมถือว่าทำได้ดี 6

นัสตพล มาลาพันธ์ : เจอปัญหาในการรับมือความเก๋าเกมของเหล่าแนวรุกอุรุกวัย 5.5

ธีราทร บุญมาทัน : ตั้งใจเล่นเต็มที่ตลอดทั้งเกมแม้จะไม่ได้มีโอกาสเติมเกมบุกเท่าไหร่นัก 6

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ : คอยลงมาช่วยผ่อนงานของสามเซ็นเตอร์ 6

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : ตลอดเวลาที่อยู่ในสนามวิ่ง สู้ ฟัด ไม่หยุด จนในช่วงกลางครึ่งหลังดูเหมือนจะหมดแรง 6

สารัช อยู่เย็น : จริงอยู่เมื่อหากเทียบกันเจ้าตังค์สู้กับแดนกลางของอุรุกวัยไม่ได้ แต่เขาก็ทำดีที่สุดแล้ว 5.5

ชนาธิป สรงกระสินธ์ : หลายครั้งที่ผู้เล่นอุรุกวัยต้องตัดฟาวล์ใส่เพื่อหยุดความจี๊ดจ๊าด นับว่าสอบผ่านเลยสำหรับเจในเกมนี้ 7

อดิศักดิ์ ไกรษร : ประตูแรกที่เสีย AK9 อาจประกบไม่ดีเท่าที่ควร แต่โดยรวมก็วิ่งทุ่มเท พยายามวิ่งหาช่องให้เพื่อนจ่ายตลอด 6

สำรอง

พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี (แทนสารัช อยู่เย็น น.66) : เกือบสร้างชื่อด้วยการซัดประตูใส่มุสเรล่า แต่นายด่านจากกาลาตาซาราย ซูเปอร์เซฟปัดบอลออกหลังไป 6

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (แทนทริสตอง โด น.66) : เผชิญปัญหาเดียวกับที่ทริสตอง โด ประสบ คืออุรุกวัยมักขึ้นเกมทางริมเส้นฝั่งซ้ายเป็นส่วนใหญ่ 6

เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (แทนนัสตพล มาลาพันธ์ น. 73) : แทบไม่ได้มีโอกาสเล่นกับบอลเลย 5

ฉัตรชัย บุตรพรหม (แทนศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ) : ล้มตัวเซฟลูกยิงของลูคัส ตอร์เรยร่า ได้ดี แต่ก็มาเสียท่าโดนเจาะประตูจนได้ 5.5

ศนุกรานต์ ถิ่นจอม (แทนฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ น.79) : มีเวลาน้อยไป แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีของเด็กปั้นเอสซีจี เมืองทอง 5.5

แมนยูร่วมวงล่า”ฮัดสัน-โอดอย”-บาเยิร์นไม่ท้อพร้อมมอบเบอร์ตำนานล่อใจ

ฮัดสันโอดอย ยอดปีกดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ ขณะที่บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเคยพลาดหวังในช่วงตลาดซื้อ-ขาย เดือนมกราคม ก็จะกลับมายื่นข้อเสนออีกครั้งและพร้อมมอบเสื้อหมายเลข 10 ให้แก่เจ้าตัว
เดลี่ เมล สื่อจากประเทศอังกฤษ รายงานว่า นอกจากลิเวอร์พูล, โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ และบาเยิร์น มิวนิค แล้ว แมนฯยูไนเต็ด สโมสรดังจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็ให้ความสนใจคว้าตัวคัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกดาวรุ่งของเชลซี ด้วยเช่นกัน

จากการที่สัญญาฉบับปัจจุบันของฮัดสัน-โอดอย จะหมดลงกับเชลซี ในปี 2020 และเจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าจะจรดปากกาฉบับใหม่ออกไป โดยทางสิงห์บลูส์ต้องการรั้งดาวรุ่งคนนี้ให้อยู่กับทีมต่อไป ซึ่งตารายงานจากสื่อดังกล่าวระบุว่า ข้อติดขัดเรื่องค่าเหนื่อยที่ว่าโอดอย ต้องการค่าเหนื่อยถึง 85,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ไม่สำคัญเท่ากับโอกาสในการลงสนาม โดยถึงปัจจุบัน ดาวรุ่งวัย 18 ปีรายนี้ ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในลีกเลยนับตั้งแต่เมาริซิโอ ซาร์รี่ เข้ามาคุมทีม และเพิ่งได้ลงเล่นเพียง 274 นาทีเท่านั้นในเกมอย่างเป็นทางการ

และถึงแม้เชลซี กำลังเผชิญกับปัญหาเรื่องโทษแบนห้ามซื้อ-ขายผู้เล่น อีกทั้งโอกาสที่เอแด็น อาซาร์ สตาร์เด่นประจำทีมมีข่าวพัวพันจะย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด แต่ทางยอดทีมจากลอนดอนเอง ก็เซ็นสัญญาล่วงหน้าคว้าตัว คริสเตียน พูลิซิช จากดอร์ทมุนด์ เข้าสู่ทีม จึงทำให้อนาคตของฮัดสัน-โอดอย ยังอยู่ในสถานะที่เป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป

“ชนาธิป” ไม่ได้เก่ง กว่าคนอื่น…?

ชนาธิป ครั้งแรกในรายการ “เค แบงค์ ลิตเติ้ลลีก” เมื่อปี 2547 สะดุดตากับส่วนสูง 125 ซม แต่ดูเหมือนเด็กน้อยในสายตาผมวันนั้นมีอะไรพิเศษ กว่าเด็กคนอื่นๆ ในทีม ร.ร กีฬา กทม ผมเรียกเขามา พร้อมกับให้กรอกกระดาษประวัติส่วนตัวเพื่อเอามาลงหนังสือพิมพ์
7 ปีต่อมา มีผู้ชายวัยกลางคนมาทักว่า จำเขาได้ไหม? ผมเคยให้กระดาษใบหนึ่งกับลูกชายเขากรอกเพื่อเอามาลงหนังสือพิมพ์ “ฟุตบอลสยาม” วันนี้เขาพาลูกชายคนนั้น มารับรางวัลนักฟุตบอลเยาวชนยอดเยี่ยม “ฟุตบอลสยาม โกลเด้นบอล” ในวัย 18 ปี

“เอาตรงๆ ผมจำไม่ได้ครับ ฟุตบอลนักเรียน ไม่ได้ตามเลยครับคุณพ่อ ลูกพ่อชื่ออะไรครับ?”

ชื่อ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์… พ่อเขาว่าอย่างนั้น พร้อมเรียกลูกชายที่เพิ่งไปสอยสูทจาก เซ็นทรัล ลาดพร้าว เผลอๆ น่าจะเป็นตัวแรกในชีวิตนักเตะคนนี้ ผมเห็นหน้าก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี

หลังจากนั้น “ตาจุ้ง” ก้องภพ สรงกระสินธ์ คุยกับผมบ่อยขึ้น และผมเองเห็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ “เจ” อย่างต่อเนื่อง

แต่กว่าจะก้าวกระโดดแบบนี้ “เจ” ล้มไม่เป็นท่า บ่อยครั้งเท่าที่เขาพยายามสู้ หลังเรียน ร.ร.กีฬา กทม ก็เดินสายคัดหลายโรงเรียนผิดหวังจนชิน สุดท้ายได้มาเรียนพ.ราชดำเนิน

หลายคนมีคำถามว่า ทำไม “เจ” ยกมาตรฐานฟุตบอลของตัวเองเก่งกว่าคนอื่น กลายเป็นตัวหลักทีมชาติไทยแบบขาดไม่ได้ เช่นเดียวกับสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโล ที่ควักเงินก้อนโตซื้อขาดจาก เอสซีจี เมืองทองฯ

“เจ” ไต่เต้ากับทุกสโมสร หรือทีมชาติจากตัวสำรองทั้งนั้น ยกเว้น เมืองทองฯ ที่มาในฐานะดีกรีทีมชาติไทย เขาเองไม่ได้เก่งไปกว่านักเตะคนอื่นนะครับ

ไม่ได้มีพรสวรรค์สูงอย่างที่หลายคนเห็นในสนามฟุตบอลในวันนี้ แต่ “เจ” ไม่เคยยอมแพ้ กับสิ่งที่เขาเคยพ่ายแพ้ในเกมฟุตบอลครับ จนเป็นที่มาของชัยชนะ

“ตาจุ้ง” พ่อของเจ ตบด้วยฝ่ามือ ฟาดด้วยที่สูบลมฟุตบอล เพื่อหวังจะให้ลูกพ่อค้าขนมหวานจากสามพราน เก่งเหมือน ดีเอโก้ มาราโดน่า เล่นฟุตบอลอาชีพให้ได้ ท่ามกลางคำดูถูกในสรีระของลูกชาย และถ้าไม่ใช่นักเตะอาชีพ “เจ” มีความพยายามไม่พอ อดทนน้อยกว่านี้ อาจจะเป็นพ่อค้าขนมหวานต่อจากพ่อ

นั่นเป็นสิ่งที่ หนุน “เจ” ให้มีสมาธิกับฟุตบอลสูงมาก ทำงานหนักทุกครั้งที่ฝึกซ้อมและลงสนาม มองฟุตบอลเป็นเรื่องบวก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด เขาเอง กลับมาแก้ไขสิ่งผิดพลาด และยอมรับทุกครั้งถ้าหากต้องผิดหวังเรื่องผลการแข่งขัน หรือว่าต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในทีม

ทัศนคติของ ชนาธิป ในการมองโลกฟุตบอลดีมากๆ ความฝันของเขา ค่อยๆ รุกคืบ ขึ้นเรื่อยๆ จากสโมสรดีๆ สู่ทีมชาติ ต่อยอดสู่เจลีก สเต็ปต่อไป ก็คงหนีไม่พ้นสโมสรในยุโรปแน่นอน

มองแล้วมีโอกาสเป็นไปได้สูงครับ ยิ่งเห็น “เจ” แตะหลบ ล็อกหนี ลอดขา นักเตะจีนแล้ว ยิ่งคิดไปไกลว่า “เจ” จะไปยุโรปในไม่ช้า

แต่ทั้งหมด ยังยืนยันอีกครั้งว่า “เจ” ไม่ได้เก่ง พกพรสวรรค์มาแต่เด็ก แต่ เขาฝึกซ้อม เลี้ยงหลบกรวย ยิงประตู ซิทอัพ วิดพื้น โหม่งบอล หรือแม้กระทั่งโดนคู่แข่งล่อหน้าแข้ง ขาหลังเป็นหมื่นครั้งแสนครั้ง

จนเป็นที่มาของ นักเตะเบอร์ 1 เมืองไทยในวันนี้